ฟิค Fate/Zero
posted on 25 Jan 2012 08:18 by winter-asalia“ว้าว” เสียงอุทานอย่างตื่นเต้นของหญิงสาวดังขึ้นหน้าร้านขายสัตว์เลี้ยงแห่งหนึ่ง กระดิ่งที่ติดตรงหน้าร้านส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งเมื่อเธอดันประตูเข้าไปในร้าน แสงแดดอ่อนๆ ยามฤดูใบไม้ผลิส่องประกายอาบไล้เมืองฟุยุกิให้ดูสดชื่นขึ้นทันตา
เมื่อหญิงสาวเดินเข้าไปในร้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลากหลายประเภทละลานตา เธอมุ่งตรงไปยังโซนของแมวน้อยก่อนเป็นอันดับแรก เพราะมันคือเป้าหมายของเธอในยามนี้
“ลูกแมวขนสีดำตัวนี้น่ารักจังเลย” เธอรวบผมสีเงินขึ้นทัดหู ดวงตากลมโตสีชมพูเข้มมองลูกแมวขนสีดำที่อยู่ในกรง เธอบรรจงอุ้มเจ้าแมวตัวนั้นอย่างเบามือ ดวงตาหลับพริ้มอย่างเป็นสุขดูน่ารักน่าชังจนpixivทำให้เธอหน้าแดงด้วยความตื่นเต้นและชื่นชมในความน่ารักของเจ้าแมวน้อย
หญิงสาวไม่รีรอที่จะติดต่อกับเจ้าของร้านเพื่อขอซื้อลูกแมวที่เธอรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรก...
ลูกแมวอยู่ใน อ้อมกอดของไอริสฟีล ฟอน ไอส์เบิร์นรู้สึกถึงความโคลงเคลง แม้จะเบาบาง แต่สัมผัสของมันก็ดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ดวงตากลมโตสีดำสนิทของลูกแมวเปิดขึ้น พร้อมกับเสียงอ่อนหวานของหญิงสาว...
“ต่อจากนี้ไป...เธอจะชื่อว่า...” เธอนิ่งคิดเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างนึกได้
“คิริสึงุ!”
นั่นเป็นเรื่องเมื่อประมาณสี่ปีที่แล้ว...
“เอ้า ริเซย์ พยายามอีกนิดนะ” เสียงทุ้มหล่อของชายหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางเสียงร้องครางอย่างเจ็บปวดของเจ้าแมวขนเทาตัวโปรด ท้องป่องบวมของมันบอกว่ากำลังจะมีอีกหลายชีวิตเตรียมเกิดขึ้น เจ้าแมวเริ่มตกลูกแมวไร้ขน เนื้อตัวมีสีแดงของเลือดอาบจนชุ่ม กาละมังใส่น้ำอุ่นและผ้าสีขาวสะอ้านตาวางเรียงข้างชายหนุ่มผมทองที่ค่อยๆลำเลียงลูกแมวเกิดใหม่ส่งเสียงครางเบาๆ
ริเซย์หอบแฮ่กอย่างเหนื่อยอ่อน แต่ก็ยังพยายามเข้าหาลูกๆ ทั้งแปดของตน
กิลกาเมชถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ทำการคลอดให้แมวตัวโปรดของตนได้ราบรื่นกว่าที่คิด พลันเนตรสีแดงสดของเขาก็มองเห็น...
เจ้าลูกแมวตัวหนึ่ง...
ในขณะที่ลูกแมวตัวอื่นส่งเสียงครางมี้ๆ แต่เจ้าตัวนี้กลับนอนนิ่งรอให้แม่ของมันมาหาอย่างเดียว ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกหมั่นไส้แมวของตัวเองตงิดๆ ทีเดียว
กระนั้น...มันก็ยังทำให้กิลกาเมชนึกถึงคำอวยพรที่เคยพบในหนังสือสมัยเรียนมัธยมที่ตัวเองยังเกรียนๆอยู่ ไม่ได้ใส่ใจมากนักว่ามันคืออะไร แต่เจ้าแมวตัวนี้กลับทำให้เขานึกถึงคำนี้อย่างประหลาด...
“อา...แกน่ะ ชื่อไครีย์ดีไหม...” ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามันเกี่ยวกับศาสนามากเกินไป
“งั้น...แกน่ะ...คิเรย์ละกัน”
และนั่น...ก็เป็นเรื่องเมื่อประมาณสี่ปีที่แล้วเช่นกัน!
“เฮ้อ” มือเรียวขาวของหญิงสาวลูบไปตามขนสีดำมันวาวตามตัวของแมวน้อยเบาๆ “แย่จัง ขอโทษด้วยนะ คิริสึงุ เป็นไข้จนได้สิเนี่ย”
ไอริสฟีลนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ คิริสึงุน้อยที่นอนอยู่บนตักของเจ้าของนอนตัวสั่นด้วยพิษไข้ ความร้อนที่ส่งผ่านตักของแมวน้อยทำให้หญิงสาวยิ่งร้อนใจ ครั้นจะเร่งให้คนขับรถรีบก็กระไรอยู่ จึงนั่งรอต่อไป...
คงจะเล่นเพลินมากไปในตอนกลางคืนของคืนนึง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิอากาศก็ยังคงหนาวพอสมควร คืนนั้นไอริสฟีลต้องเคลียร์งานที่บริษัทส่งมาให้ดึกไปหน่อย แปลกที่เมื่อเธอไม่นอน คิริสึงุก็ไม่ยอมนอนหรอก เขาจะอยู่เป็นเพื่อนเธอจนดึกดื่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาออกไปนอนที่ระเบียง ตากน้ำค้างอยู่นาน เลยอาจจะเป็นต้นเหตุของการไม่สบายครั้งนี้
เมื่อเธอจ่ายเงินค่าแท็กซี่เรียบร้อยแล้ว เธอก็ผลักประตูเข้าไปในคลินิกของสัตว์เลี้ยง...และพบกับ...!!!
“ขอร้องละครับ!!! คุณ!!!! ดูแมวผมเซ่!! มันออกจะผิดปกติขนาดนี้ วันนี้มันยังไม่ยอมกินอะไรเลยนะ!!!!” เสียงทุ้มหล่อของชายผมทองคนนึงดังขึ้นทุบเคาท์เตอร์ดังปังอย่างไร้อารยธรรมจนประชาสัมพันธ์หน้าโต๊ะต้องไอค่อกแค่ก
“มันก็ต้องเป็นไปตามคิวนะครับ แค่กๆ ตอนนี้คุณหมอก็ยังตรวจแมวอีกตัวไม่เสร็จเลยครับ” เสียงประชาสัมพันธ์แหบแห้งอย่างน่าสงสาร ดูท่าจะต้องต่อล้อต่อเถียงกับชายคนนี้มานานแล้ว
ไอริสฟีลเห็นเช่นนั้นก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งด้วยเท่าไหร่นัก เธออุ้มคิริสึงุอย่างเบามือไปนั่งที่ที่นั่งหน้าประตูกระจก แมวน้อยยังนอนขดตัวอยู่บนตักของไอริสฟีลเหมือนเดิม
“แต่คุณดูแมวของผมสิ!!” ชายหนุ่มผมทองยื่นแมวของเขาในมือเดียวให้ประชาสัมพันธ์ผมขาวดู แมวสีน้ำตาลธรรมดา แต่หน้าตาของมันกลับนิ่งอย่างน่าเหลือเชื่อ คาริยะเผลอยื่นหน้าเข้าไปดูอย่างงงงวย และไม่ทันไรกิลกาเมชก็ชักมือกลับ “ดูหน้าตาของมันสิ!!! เห็นหรือยังล่ะว่าเคสของแมวผมมันเร่งด่วนขนาดไหน!!!”
ประชาสัมพันธ์หนุ่มเองรู้สึกถึงความสนใจในแมวตัวนั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรกฎก็ต้องเป็นกฎ เขาไอออกมาอีกสอง-สามทีก่อนตอบ
“เอ่อ...ผมยอมรับนะครับว่าเคสของแมวคุณน่าสนใจมาก แต่มันต้องเป็นไปตามคิวนะครับ” คาริยะตอบแล้วยัดกระดาษบางอย่างใส่มือกิลกาเมช “กรอกข้อมูลของแมวลงไปนะครับ แค่กๆ คุณหมอคงตรวจใกล้เสร็จแล้ว...เพราะฉะนั้นรออีกหน่อยนะครับ”
มือขวาของกิลกาเมชรับกระดาษลายสวยสีน่ารักนั่นมา เป็นกระดาษขนาดฝ่ามือ มีข้อมูลเกี่ยวกับให้กรอกอยู่เต็ม มือซ้ายมีแมวขนน้ำตาลที่ยังซีเรียสไม่เปลี่ยนแปลง?!
เขาจึงจำใจต้องกลับมานั่งกรอกข้อมูลของแมวเขาข้างๆที่นั่งของไอริสฟีลซึ่งนั่งลูบขนของคิริสึงุอย่างใจเย็น คิเรย์...เจ้าแมวขนน้ำตาลจึงถูกวางไว้บนตักเช่นกัน...
คิเรย์เห็นแมวขนสีดำตัวอื่นที่ไม่ใช่สีขาวเหมือนพี่น้องของเขาแล้วก็รู้สึกสนใจขึ้นมา โดยเฉพาะขนสีดำเรียบลื่นนั่นทำให้คิเรย์รู้สึกต้องตาอย่างมาก มันค่อยๆ ย่องไปหาเจ้าแมวขนดำ...แล้ว...!
วางอุ้งเท้าลงบนบริเวณระหว่างหูของเจ้าแมวดำ...
สักพักหนึ่งคิริสึงุเงยหน้าขึ้นมามองว่าใครที่ทำกับเขาเช่นนี้ อุ้งเท้าของคิเรย์จึงตกไป คิริสึงุก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเพราะพิษไข้ จึงฟุบลงไปต่อ
แมวคิเรย์ไม่ยอมแพ้ เขาเอาอุ้งเท้าวางแปะลงไปในตำแหน่งเดิม คิริสึงุเอาอุ้งเท้าของตนเขี่ยออกให้พ้นจากหัวของเขา...
แมวคิเรย์ช่างมีความพยายามยิ่ง อุ้งเท้าสีน้ำตาลถูกวางลงตำแหน่งเดิมอีกครั้ง...และผมลัพธ์ที่ได้คือเหมือนเดิม คิริสึงุเอาอุ้งเท้าของเขาเขี่ยอุ้งเท้าคิเรย์ออกไปอีกครั้ง
และครั้งที่สี่เกิดขึ้น...เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ภายใต้สายตาของไอริสฟีล เธอยิ้มให้กับความน่ารักของแมวทั้งสองโดยไม่คิดอะไรมาก กิลกาเมชหันมาหาแมวของเขาเพื่อจะดูสีตา...
ครั้งที่ห้าจบลงเมื่อคิริสึงุหันหนีคิเรย์ เขากระโจนขึ้นบนบ่าของไอริสฟีล เธอจึงหัวเราะน้อยๆ แล้วอุ้มเขาไว้ดีๆ แทน
กิลกาเมชเห็นแมวของสาวงามโดนแมวตัวเองแกล้งก็เกิดความรู้สึกอับอายเป็นยิ่งนัก!
“โธ่...เจ้าคิเรย์บ้า...ไม่สบายแล้วยังจะซ่าอีกนะแก” เขาอุ้มแมวของตัวเองขึ้นเช่นกัน “ไหนมาดูสีตาสิ” เขาหันแมวของตัวเองดู เสร็จแล้วจึงหันมาขอโทษขอโพยหญิงสาว ซึ่งเธอก็ยิ้มรับแล้วบอกว่าไม่เป็นไร